Skin

เคลียร์ชัด! ฟิลเลอร์แท้ VS ฟิลเลอร์ปลอม สังเกตอย่างไร

injectables-fillers-2.jpg

Credit ภาพ : redriverderm.com

        คอลลาเจนที่หลายคนรู้จักกันดีอยู่แล้ว เป็นโปรตีนสำคัญของผิว เสมือนสปริงของผิวหนัง ช่วยสร้างความเต่งตึงให้ผิว เมื่อใดก็ตามที่คอลลาเจนตามธรรมชาติในร่างกายเราลดลง สปริงที่ไม่เด้งเหมือนวันเก่าๆ ทำให้ผิวหนังยุบตัวลง ขาดความยืดหยุ่นและเกิดริ้วรอยร่องลึก การทำฟิลเลอร์ หรือให้เติมสารเติมเต็มที่มีส่วนประกอบของไฮยาลูรอนิคสู่ผิว จะช่วยทดแทนใยคอลลาเจนที่หายไป ให้ผิวพรรณดูเด้ง เต่งตึง ร่องลึกดูตื้นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เพียงเท่านั้น แต่การทำฟิลเลอร์ยังช่วยแก้ปัญหาผิวอื่นๆ ได้อีกมากมาย

  1. ใช้เติมจุดบกพร่องให้ใบหน้าดูสมส่วนมากขึ้น เช่น เสริมจมูกให้ดูมีมิติ เสริมบริเวณคางให้เรียวสวย เติมเต็มหน้าผากที่แบน หรือขมับที่ยุบตอบ ให้ดูอวบอิ่ม  
  2. แก้ไขปัญหาร่องแก้ม ที่ทำให้ดูมีอายุ ให้พวงแก้มดูเปล่งปลั่งสดใส
  3. ตกแต่งริมฝีปาก แก้ปัญหามุมปากตก ริมฝีปากบาง หรือเติมเต็มให้ริมฝีปากดูอวบอิ่มมากยิ่งขึ้น
  4. ลบริ้วรอยบนใบหน้า
  5. เติมใต้ตา ทำให้ดวงตาดูสดใส ไม่โทรม

Hyaluronic_Acid_Gel_Cream_block1_c.jpeg.pagespeed.ce.eJyPMGhxrm.jpg

Credit ภาพ : essentialsbycatalina.com

ฟิลเลอร์(Filler) ไม่ได้มีแค่แบบเดียว แต่มี 2 ประเภทด้วยกัน ซึ่งแต่ละประเภทมีคุณสมบัติและการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนี้

  1. ฟิลเลอร์(Filler) ประเภทชั่วคราว มีส่วนประกอบหลักเป็นสารไฮยาลูรอนิค แอซิด 100% ฟิลเลอร์ประเภทเดียวที่ผ่าน อย. สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องทำการทดสอบอาการแพ้ก่อนการรักษา ซึ่งเป็นฟิลเลอร์ที่นิยมใช้มากที่สุด มีอายุการใช้งานได้นานประมาณ 4 เดือน ถึง 2 ปี ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของฟิลเลอร์ หลังจากหมดระยะเวลาการใช้งานจะสามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ จึงนับว่าเป็นฟิลเลอร์(Filler) ที่มีความปลอดภัยสูงสุด
  2. ฟิลเลอร์(Filler) ประเภทถาวร เป็นสารเติมเต็มประเภทซิลิโคน หรือพาราฟิน เมื่อทำไปแล้วจะสามารถอยู่ในผิวได้ตลอดไป ไม่สามารถสลายไปตามธรรมชาติ ฟิลเลอร์ประเภทถาวรจึงเป็นฟิลเลอร์ที่อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงในระยะยาว จึงไม่นิยมใช้

products-overview-belotero1.jpg

Colorful Filler

อีกนวัตกรรมฟิลเลอร์(Filler)  ที่ช่วยเติมเต็มริ้วรอยบนใบหน้าเฉพาะจุด

  • Colorful Filler VOLUME แก้ปัญหาใบหน้าตอบ ไร้วอลุ่ม เช่น บริเวณแก้ม คาง หรือขมับ
  • Colorful Filler INTENSE แก้ปัญหาริ้วรอยร่องลึกขั้นวิกฤติ เช่น ร่องแก้ม เติมริมฝีปากให้ดูอวบอิ่ม
  • Colorful Filler BALANCE แก้ปัญหาริ้วรอยร่องลึกระดับปานกลาง เช่น หว่างคิ้ว และรอบริมฝีปาก เสริมริมฝีปากให้ดูได้รูปชัด ลดเลือนหรือเติมรอยแผลเป็น
  • Colorful Filler SOFT แก้ปัญหาริ้วรอยที่เกิดที่ผิวชั้นนอก เช่น ริ้วรอยบริเวณหางตา และรอบริมฝีปาก

ฉีดฟิลเลอร์(Filler) อย่างไร?..  ให้ปลอดภัย

  1. ตรวจสอบคลินิกหรือสถานพยาบาลที่ทำการรักษา ว่าแพทย์ที่ทำฟิลเลอร์(Filler) เป็นแพทย์ตัวจริงหรือไม่
  2. ตรวจสอบฟิลเลอร์(Filler) ว่าได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองจากทาง อย. หรือไม่
  3. ไม่ควรทำฟิลเลอร์กับหมอกระเป๋า และอย่าเน้นราคาถูก มากกว่าให้ความใส่ใจด้านคุณภาพ

เช็คให้แน่ใจก่อน..  ว่าใช้ฟิลเลอร์(Filler) แท้ !!

9999999999999_0.png

  1. มีเลขทะเบียน อย. และมีภาษาไทยกำกับ ฟิลเลอร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก อย. มีเพียงไฮยาลูรอนิก แอซิด ซึ่งนำเข้าจากต่างประเทศและเป็นสารที่ใช้ในทางการแพทย์โดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ดังนั้นในเบื้องต้น หากเช็คข้างกล่องฟิลเลอร์แล้วพบเลขทะเบียน อย. และมีภาษาไทยกำกับ สามารถมั่นใจได้เลยว่าเป็นฟิลเลอร์แท้
  2. มีเลข LOT บนหน้ากล่องเข็มด้านในชัดเจน สามารถดูเลขที่หรืออักษรแสดงครั้งที่ผลิต หรือ Lot No. ที่กล่องของฟิลเลอร์ แล้วนำโทรไปตรวจสอบกับบริษัทที่นำเข้าได้
  3. ลักษณะเข็มด้านในที่ถูกต้อง ภายในกล่องฟิลเลอร์ของแท้ 1 กล่องนั้นจะประกอบด้วย Syringe 2 อันตามภาพ และต้องมีการระบุวันหมดอายุอย่างชัดเจนด้วย
  4. ด้านในตัวกล่องต้องมีเอกสารกำกับ เอกสารกำกับ นับเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญของฟิลเลอร์ที่มีประโยชน์และให้ความปลอดภัยแก่ผู้รับบริการ ฟิลเลอร์ของแท้จะมีฉลากหรือเอกสารกำกับทุกกล่อง มีบาร์โค๊ดชัดเจนที่ด้านข้างตัวกล่อง ข้อมูลบาร์โค๊ด เป็นสิ่งที่ช่วยให้ผู้รับบริการสามารถติดตามและตรวจสอบย้อนกลับได้ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดตามกฎหมายในปัจจุบันและอนาคต
  5. เลข LOT บนกล่องและด้านในต้องตรงกันฟิลเลอร์ของแท้ เลข LOT บนกล่องและซองด้านใน จะต้องปรากฏเป็นตัวเลขชุดเดียวกันทั้งสองที่
category: 

อัพเดทวิธีรักษาฝ้าอย่างได้ผล ในยุคปัจจุบัน

HOT ISSUE

  • นอกจากแสงแดดแล้ว ยังมีปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดฝ้าอีกหลายประการ เช่น พันธุกรรม ฮอร์โมน หรือแม้กระทั่งเครื่องสำอางที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้
  • รวบรวมเคล็ดลับในการลดฝ้า ไปจนถึงวิธีการรักษาฝ้าให้หายขาดด้วยเทคโนโลยีการฉีดสลายฝ้า + Spectra Gold Clear ที่กำลังอินเทรนด์สุดๆ ในกลุ่มผู้รักความงามในตอนนี้ 

 

            หลายคนกังวลว่าพออายุมากขึ้นแล้ว ผิวใสๆ ของเราจะเริ่มเป็นฝ้า แต่หารู้ไม่ว่าฝ้าไม่ได้เกิดเฉพาะกับคนสูงวัย แต่ยังมีปัจจัยอื่นที่กระตุ้นให้ฝ้ามาก่อนแก่ และทำให้ผิวหน้าของเราดูแก่ลงทันที เงยหน้ามองดูท้องฟ้า ถ้าเห็นแสงแดดจัดๆ แล้วคุณยังกล้าออกไปสู้แดด โดยที่ผิวปราศจากสารกันแดด หรือหันมองหน้าคุณพ่อคุณแม่ ถ้าพวกท่านมีฝ้ามาก คุณก็มีโอกาสเป็นฝ้าได้มากกว่าคนอื่นๆ เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นอีกหลายข้อ มาดูกันดีกว่าว่าอะไรคือความเสี่ยงที่ทำให้เกิดฝ้าได้บ้าง? 

Skincare-Solutions-For-Teen-and-Adult-Hormonal-Acne-Springfield-MO.jpg

มีฝ้า ทำให้หน้าดูแก่กว่าวัย อะไรคือปัจจัยที่ทำให้เกิดฝ้า

            1. แสงแดด

รังสียูวีในแสงแดดกระตุ้นการผลิตเม็ดสีเมลานินในผิว ทำให้เกิดฝ้าได้ง่ายในบริเวณที่โดนแดดบ่อยๆ เช่น บริเวณใบหน้า แขน ขา เป็นต้น ดังนั้นช่วงเวลา 10.00 – 14.00 น. ที่แดดแรงมากที่สุด จึงควรหลีกเลี่ยงการโดนแดดในช่วงเวลาดังกล่าว

            2. พันธุกรรม

จากสถิติพบว่า คนที่มาจากครอบครัวเดียวกัน มีโอกาสเป็นฝ้าบนผิวหนังได้เหมือนกันถึง 50% นอกจากนี้ชาวเอเชีย รวมถึงชาวเม็กซิกันและอเมริกาใต้ ก็เป็นชนชาติที่สามารถเกิดฝ้าได้ง่ายกว่าชนชาติอื่นๆ

            3. ฮอร์โมนเพศหญิง

ช่วงที่ฮอร์โมนเพศหญิงสูงขึ้น อย่างเช่นในช่วงของการตั้งครรภ์ หรือช่วงที่ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ จะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเม็ดสีเมลานินมากขึ้น ทำให้ผิวเกิดฝ้าได้ง่าย

            4. แพ้เครื่องสำอาง

อาการแพ้เครื่องสำอาง ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดฝ้าได้ สาวๆ ที่ไม่อยากเสี่ยงผิวหน้ากระดำกระด่าง จึงควรเลือกใช้เครื่องสำอางที่มีมาตรฐานและต้องทดสอบเครื่องสำอางก่อนใช้จริงทุกครั้ง 

            5. ยาคุมกำเนิด

ยาคุมกำเนิด มีปริมาณฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดฝ้าได้ เมื่อโดนแดด จะทำให้เกิดฝ้าในบริเวณหน้าผาก จมูก หรือโหนกแก้มได้

 

เคล็ดลับสุดเวิร์คในการป้องกันฝ้า

  • ผิวใส ไร้ฝ้า ด้วยการหลีกเลี่ยงแสงแดด 

อาจสวมหมวก หรือถือร่มทุกครั้งที่อยู่กลางแจ้ง หรือทาครีมกันแดดเป็นประจำ

  • รักษาฝ้า ด้วยการบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอ 

เลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมที่ช่วยในเรื่องของการลดฝ้า 

  • รักษาฝ้า ด้วยการเลี่ยงการใช้สเตียรอยด์ 

เพราะสารสเตียรอยด์ทำให้ผิวหน้าบางลงและเสียสมดุล สามารถต้านทานอนุมูลอิสระได้น้อยลง ผิวจึงเกิดฝ้าได้ง่ายขึ้น

  • รักษาฝ้า ด้วยการดื่มน้ำอย่างเพียงพอ

เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ช่วยให้ผิวใสจากภายในสู่ภายนอก

  • รักษาฝ้า ด้วยการขับถ่ายให้เป็นเวลา

เพื่อขจัดสิ่งตกค้างในร่างกาย มีส่วนช่วยทำให้ผิวใสขึ้น

 

รักษาฝ้า ผิวใส1.png

รักษาฝ้าให้หายขาด ด้วยการฉีดสลายฝ้า + Spectra Gold Clear

            การฉีดสลายฝ้า นอกจากจะช่วยขจัดฝ้าและผิวหนังที่หมองคล้ำจากแสงแดดแล้ว ยังช่วยปกป้องผิว ไม่ให้เมลานินในผิวเปลี่ยนแปลงไปเมื่อต้องเจอกับรังสียูวี โดยการฉีดยาเข้าสู่ใต้ผิวในบริเวณที่เป็นฝ้า ผสานกับนวัตกรรม Spectra Gold Clear เทคโนโลยีเลเซอร์มาตรฐานระดับเดียวกับที่ใช้ในโรงพยาบาลชั้นนำของประเทศไทย ใช้ในการรักษาอาการผิดปกติของสีผิวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฝ้า กระ จุดด่างดำ สามารถตรวจการจับเม็ดสีได้ทุกระดับความลึกของเม็ดสี การรวมกันของ 2 นวัตกรรม ทั้งการฉีดสลายฝ้าและ Spectra Gold Clear จึงช่วยให้ผิวใส ปราศจากฝ้า และยังผิวไม่คล้ำเสียง่าย เมื่อต้องอยู่กลางแจ้ง 

 

p3_0_0.jpg

ข้อดีของการฉีดสลายฝ้า + Spectra Gold Clear

1. ลดฝ้า พร้อมกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว เพื่อผิวเนียนนุ่ม กระจ่างใส ไร้ริ้วรอย

2. รักษาได้ครอบคลุม ทั้งฝ้า รอยดำ รอยแดงต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ

3. ประสิทธิภาพสูง ไม่เจ็บ และไม่มีรอยแผลหลังทำ

4. ใช้เวลาในการรักษา เพียง 15-30 นาทีเท่านั้น

5. เห็นผลได้ชัดเจน จากการรักษาเพียงครั้งแรก

6. ไม่เกิดรอยดำหลังรับการรักษา ไม่ทำให้ผิวบางลง

7. ปลอดภัยสูง ด้วยตัวเครื่อง Spectra Gold Clear ที่นำเข้าจากอเมริกา ภายใต้การรับรองจาก FDA

 

ความแตกต่างของการฉีดสลายฝ้า + Spectra Gold Clear กับวิธีการรักษาฝ้าทั่วไป

  • รักษาฝ้าด้วยสมุนไพร

ข้อดี : ลงทุนน้อย

ข้อเสีย : ใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล และสมุนไพรบางชนิด อาจทำให้เกิดอาการแพ้ในบางเคสได้

  • รักษาฝ้าด้วยครีมรักษาฝ้า

ข้อดี : ฝ้าจางลง เห็นความเปลี่ยนแปลง

ข้อเสีย : เสียเงินเยอะ กว่าจะได้แบรนด์ที่เหมาะสมกับผิว และต้องเสี่ยงกับผลลัพธ์ที่ไม่แน่นอน เพราะบางแบรนด์อาจใช้แล้วไม่ได้ผล หรืออาจทำให้เกิดปัญหาสิวอุดตัน เป็นต้น

  • รักษาฝ้าด้วยการเลเซอร์

ข้อดี : การฉีดสลายฝ้า + Spectra Gold Clear ตอบโจทย์เรื่องฝ้ากว่าวิธีอื่น เพราะลดฝ้าให้จางลง ผิวใสขึ้นจากการเลเซอร์เพียงครั้งเดียว และยังไม่ทำลายผิว ด้วยเทคโนโลยีที่ปลอดภัย สามารถตรวจสอบมาตรฐานได้ นอกจากนี้การรับประทานยาลดฝ้าหรือยาทาตามแพทย์ผิวหนังสั่ง การทำ Treatment ฟื้นบำรุงผิวหน้ากระจ่างใส และทำ Mesoscience Skeyndor เมโสเธอราปีแบบไร้เข็ม ที่ช่วยผลักวิตามินบำรุงผิวสู่ผิว ผลัดเซลล์ผิวชั้นลึก ร่วมด้วย จะช่วยทำให้ฝ้าหายเร็วและเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น 

ข้อเสีย : ราคาสูง แต่หากมองในแง่ของความคุ้มค่าแล้วถือว่าไม่แพงเกินไป
สรุป : เทคนิคการรักษาฝ้าแต่ละวิธี อาจเหมาะสมกับแต่ละคนที่มีสภาพผิวที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นก่อนเลือกวิธีรักษา ควรปรึกษาแพทย์ทางด้านความงามเสียก่อน เพื่อไม่ให้ผิวเกิดอาการแพ้ จนถึงขั้นพัง และสามารถเลือกวิธีการรักษาฝ้าที่เหมาะสมกับตัวเราที่สุด

category: 

ความสวยของดวงตา ใช่ว่ามีแค่การผ่าตัด

             หลายคนอยากมีตาสองชั้น มีดวงตาที่กลมโตขึ้น แต่ไม่กล้าผ่าตัด เพราะกลัวเจ็บตัว แต่ปัจจุบันมีนวัตกรรมเพื่อความงามรอบดวงตาหลากหลายรูปแบบที่ช่วยกระชับผิวหนังบริเวณรอบดวงตา ให้ชั้นตาคมชัดขึ้น ชั้นตาโค้งสวยตามแนวรูปตา ทำให้ตาดูสดใสขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ให้ผลลัพธ์ที่ดีเทียบเท่ากับการทำตาสองชั้น ลองไปดูกันเลยว่า มีนวัตกรรมใด และแต่ละรูปแบบเหมาะกับใครบ้าง?

1. ทำ  New Thermage FLX Eye Reborn Program (เทอมาจตา) ตาสวยโดยไม่ต้องผ่าตัด

             New Thermage FLX Eye Reborn Program (เทอมาจตา) เป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์คนต้องการปรับชั้นตาให้คมชัด ตาโต สดใส ลดถุงใต้ตาให้เล็ก ชั้นตาสวยขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด ที่ดาราและคนที่มีชื่อเสียงไว้วางใจ เพราะช่วยให้รอบดวงตาดูเต่งตึงและอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ สามารถยกกระชับส่วนที่หย่อนคล้อยบริเวณรอบดวงตาให้เนียนเรียบ ชั้นตาจึงดูชัดเจนขึ้น ตาดูโต สดใส โดยขั้นตอนการทำมีการป้องกันดวงตาด้วย Eyeshield แบบนิ่ม จึงปลอดภัย และผลลัพธ์อยู่ได้นานถึง 1-2 ปีเลยทีเดียว

New Thermage FLX Eye Reborn Program (เทอมาจตา) มีข้อดีอย่างไรบ้าง

  • ช่วยในการยกกระชับคิ้วและผิวรอบดวงตา ให้ดวงตาดูเรียบเนียน กระชับ สดใส
  • กระตุ้นให้เกิดการหดตัวของถุงไขมันใต้ตา จึงช่วยให้ถุงใต้ตาดูเล็กลง
  • ลดเลือนริ้วรอยบริเวณรอบดวงตา
  • สามารถกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว ให้ผิวตึงกระชับในระยะยาว
  • ปลอดภัย ไม่เจ็บ ไม่ต้องพักฟื้น
  • ดวงตาดูโตสดใส

2. ตาสวย ด้วยการฉีดปรับทรงคิ้วและชั้นตา โดยไม่ต้องทำตาสองชั้น

             นวัตกรรมการฉีดสารที่ออกฤทธิ์ทำให้กล้ามคลายตัว เมื่อกล้ามเนื้อทำงานน้อยลงแล้ว ริ้วรอยที่เกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อก็จะหายไป ช่วยในการลดริ้วรอยต่างๆ บริเวณรอบดวงตาได้เป็นอย่างดี เช่น รอยตีนกา รอยย่นใต้ตา เป็นต้น สำหรับผู้ที่ชอบเลิกหน้าผากตรงกลาง จนหัวคิ้วชี้ขึ้น การทำแบบนี้เป็นประจำ จะทำให้ชั้นตาบริเวณหัวตากว้างกว่าบริเวณหางตา ทำให้ตาดูตก สามารถฉีดปรับทรงคิ้วและชั้นตา เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อหน้าผาก ให้หัวตาแคบลง หางตายกขึ้น บริเวณหางตาดูกว้างขึ้น รูปตาเปลี่ยนไป ไม่มีปัญหาตาตก ซึ่งแพทย์จะออกแบบการฉีดให้ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด

ฉีดปรับทรงคิ้วและชั้นตา มีข้อดีอย่างไรบ้าง

  • ปรับชั้นตาให้ได้สัดส่วน 
  • ตายกขึ้น ดูสดใสขึ้น
  • ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น
  • ไม่เกิดสารตกค้างในร่างกาย เพราะสารที่ใช้สำหรับฉีดปรับทรงคิ้วและชั้นตาที่ใช้จะสลายได้เองทั้งหมด ไม่เหลือตกค้าง
  • เห็นผลทันทีภายใน 3 วัน

3. ฟิลเลอร์ใต้ตา ลดร่องลึกใต้ตา และถุงใต้ตา

             โครงสร้างของผิวหน้าที่ยุบตัวลงเมื่ออายุมากขึ้น ทำให้เกิดความหย่อนคล้อย ผิวที่เคยเต่งตึงจะเริ่มแห้ง จากคอลลาเจนในผิวที่เคยสร้างความยืดหยุ่นและแข็งแรงให้ผิวลดจำนวนน้อยลง จนทำให้เกิดเป็นริ้วรอย โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตาที่สังเกตเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอยใต้ตา ร่องน้ำตาลึก หรือถุงใต้ตา เมื่อมีมากจนมองเห็นได้ชัด จะทำให้ใบหน้าดูคล้ำโทรมและดูมีอายุ 

             ฟิลเลอร์ หรือสารไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) จะเข้ามาช่วยเติมเต็มผิวในบริเวณที่พร่อง หรือริ้วรอยร่องลึก หรือซูบตอบให้เต็ม สามารถเติมเต็มบริเวณใต้ตา ลดร่องลึกใต้ตาที่เคยลึกให้ดูตื้นขึ้น อิ่มเอิบ ดูอ่อนเยาว์ ไม่อิดโรย  

ฟิลเลอร์ใต้ตา มีข้อดีอย่างไรบ้าง

  • เติมเต็มริ้วรอย ลดริ้วรอยร่องลึกบริเวณรอบดวงตา ให้ผิวกระชับ เรียบเนียน 
  • เติมเติมเบ้าตา ลดถุงใต้ตา ให้ผิวใต้ตาดูเต็ม ไม่โทรม
  • ปรับโครงสร้างใบหน้าให้ได้รูป 
  • ดวงตาที่สดใส ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัย
  • เห็นผลลัพธ์หลังทำทันที ไม่ต้องรอ และไม่ต้องพักฟื้น
  • ปลอดภัยสูง เพราะฟิลเลอร์เป็นสารที่มีอยู่ในร่างกายอยู่แล้ว และยังสามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ
  • ใช้เข็มทู่ในการฉีด จึงไม่ต้องกังวลเรื่องอันตรายต่อดวงตา

ไม่ใช่ทุกเคสที่จำเป็นต้องผ่าตัดศัลยกรรมตาสองชั้น

             ตัวอย่างเคสที่มีปัญหาร่องใต้ตาและต้องการผ่าตัดถุงใต้ตา แต่หลังจากปรึกษากับคุณหมอแล้ว คุณหมอประเมินให้แก้ไขด้วยการทำ New Thermage FLX Eye Reborn Program  (เทอมาจตา) ฉีดปรับทรงคิ้วและชั้นตา และฟิลเลอร์ใต้ตา

ฟิลเลอร์ใต้ตา 1.jpg

เคสการรักษาร่องใต้ตาและถุงใต้ตา ด้วยฟิลเลอร์ ก่อนทำจะเห็นถุงใต้ตา เป็นรูปครึ่งวงกลมอย่างชัดเจน
ใต้ตาบวม ดูอิดโรย หลังทำฟิลเลอร์ใต้ตา ถุงใต้ตาหายไป ใต้ตาเนียนสวย ไม่คล้ำ ไม่บวม ดวงตาดูสดใสขึ้นทันที

 

ฟิลเลอร์ใต้ตา 2.jpg

ภาพเปรียบเทียบก่อน-หลังจากรับบริการ New Thermage FLX Eye Reborn Program (เทอมาจตา)
ฉีดปรับทรงคิ้วและชั้นตา และฟิลเลอร์ใต้ตา ก่อนทำ ชั้นตาบริเวณหัวตาหนากว่าบริเวณหางตามากทำให้หางตาดูตก
รอยพับชั้นตาไม่โค้งตามแนวรูปตา ทำให้ตาสองชั้นไม่ได้สัดส่วนและมีถุงใต้ตา ทำให้ใต้ตาดำคล้ำ ใบหน้าดูโทรม 
หลังทำ ถุงใต้ตาจางหาย หางคิ้วยกขึ้นอย่างชัดเจน ชั้นตาได้สัดส่วน หางตายกขึ้นในระดับที่พอเหมาะ ทำให้ดวงตาดูโต สดใสและอ่อนเยาว์อย่างเห็นได้ชัด

 

บทสัมภาษณ์จากเคสจริง คุณอำนาจ รู้กิจ

ฟิลเลอร์ใต้ตา 3.jpg

สาเหตุที่ตัดสินใจมาทำ

คุณอำนาจ รู้กิจ : มีปัญหาร่องใต้ตา ทำให้เห็นเป็นวงใต้ตา ตอนแรกคิดว่าเป็นถุงใต้ตา หลังจากนั้นจึงได้บินตรงจาก USA มาที่ประเทศไทย ตั้งใจเข้ามาปรึกษาคุณหมอรวงข้าวเกี่ยวกับปัญหารอบดวงตา พอคุณหมอดูแล้ว เห็นว่าไขมันใต้ตาน้อย แต่ว่ารูปทรงตาหรือว่าชั้นตาเนี่ย ทำให้หน้าดูเหนื่อย ตาดูล้า ไม่สดใสเท่าที่ควร คุณหมอก็ไม่ได้แนะนำว่าให้ผ่าตัดในทันทีนะคะ แต่แนะนำการฉีดปรับทรงคิ้วและชั้นตา หลังจากนั้นผลก็ออกมาดี จึงไม่จำเป็นต้องผ่าตัด

ทำอะไรบ้าง?

คุณอำนาจ รู้กิจ : คุณหมอรวงข้าวแนะนำให้ทำ New Thermage FLX Eye Reborn Program (เทอมาจตา) และฉีดปรับทรงคิ้วและชั้นตา เพื่อใช้แก้ทรงตา หลังจากนั้นผลก็ออกมาค่อนข้างดี จากนั้นคุณหมอก็แนะนำให้ทำฟิลเลอร์เพิ่ม

ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัด

คุณอำนาจ รู้กิจ : รูปทรงตาดูดีขึ้น ดูมีเคิร์ฟที่เหมาะกับรูปตา เหมาะกับใบหน้า ในส่วนที่บุ๋มๆ เป็นร่อง ก็หายไป 

สาเหตุที่เลือก Lovely Eye & Skin Clinic

คุณอำนาจ รู้กิจ : ดูจากอินเตอร์เน็ต และสอบถามจากเพื่อนๆ ที่เคยมาทำที่นี่แล้วผลลัพธ์ออกมาดี เลยอยากลองทำดูบ้างค่ะ

เคล็ดลับในการดูแลผิวส่วนตัว

คุณอำนาจ รู้กิจ : ง่ายๆ เลย อันดับแรก เราต้องล้างหน้าให้สะอาด สอง ใช้มอยเจอร์ และอายครีมเป็นประจำ สาม อย่าโดนแดด โดนลมมากและสุดท้ายต้องคุมอาหารบ้าง เพราะอาหารที่รับประทานเข้าไป ก็มีผลต่อผิวเหมือนกัน 

ฟิลเลอร์ใต้ตา 4.jpg

category: 

ฉีดลดริ้วรอย ลดกราม จากเยอรมัน ทางเลือกใหม่ของ “คนดื้อโบ”

           หลายคนเคยฉีดสารลดริ้วรอย ลดกราม เพื่อขจัดริ้วรอย หรือปรับรูปหน้าให้เรียวเล็ก ในครั้งแรกๆ ก็ได้ผลดี เพราะริ้วรอยหาย และหน้าเรียวสมใจ จึงติดใจฉีดต่อมาเรื่อยๆ ก่อนจะพบว่าฉีดแล้วกรามไม่ลด ริ้วรอยยังราวีกวนใจเหมือนเดิม สาเหตุอาจมาจากอาการ “ดื้อยา” หรือ “ดื้อโบ” นั่นเอง

อาการของ “คนดื้อโบ” เป็นอย่างไร?

  1. ฉีดแล้วกรามไม่ลดลง
  2. ฉีดแล้วผิวหน้าไม่เต่งตึง ไม่กระชับ
  3. หมดฤทธิ์ไว

57227789_2592159790812461_2224437367316414464_n.jpg

ฉีดลดริ้วรอย ลดกราม จากเยอรมัน เพื่อ “คนดื้อโบ” มีคุณสมบัติอย่างไร

สารลดริ้วรอย ลดกราม นำเข้าจากประเทศเยอรมนี ได้รับการรับรองประสิทธิภาพและความปลอดภัยจาก FDA สหรัฐอเมริกาและมากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก รวมถึงอย.ของประเทศไทย ทำหน้าที่ยับยั้งสารสื่อประสาทที่ทำให้กล้ามเนื้อหดตัว ช่วยในการลดริ้วรอยบนใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอยบริเวณหน้าผาก ริ้วรอยรอบดวงตา ริ้วรอยหว่างคิ้ว และช่วยในการลดกราม ปรับรูปหน้าให้ยกกระชับ V-Shape โดยตัวยาได้รับการวิจัยและพัฒนาให้มีโมเลกุลขนาดเล็กและบริสุทธิ์มากที่สุด จึงทำงานได้อย่างเฉพาะเจาะจง และให้ความเป็นธรรมชาติสูง ปราศจากการตกค้างในร่างกาย

 

ข้อดีของสารฉีดลดริ้วรอย ลดกราม จากเยอรมัน  

  1. สารลดริ้วรอย ลดกราม จากเยอรมัน คุณภาพพรีเมี่ยมในระดับเดียวกับสารฉีดลดริ้วรอย ลดกราม จากอเมริกา และยังมีความบริสุทธิ์สูงถึง 100% เมื่อฉีดแล้ว จะไม่รู้สึกว่าใบหน้าแข็ง ไม่หนักหน้า
  2. ให้ความเป็นธรรมชาติ สามารถแสดงสีหน้าได้เต็มที่ แต่ในขณะเดียวกัน เมื่อขยับเขยื้อนใบหน้า แสดงสีหน้าหรือแสดงอารมณ์ ก็ไม่ทำให้เกิดริ้วรอยแบบตอนที่ยังไม่ได้ฉีด
  3. เหมาะสำหรับคนดื้อสารลดริ้วรอย ลดกราม ลองพักจากการฉีดสารลดริ้วรอย ลดกราม โดยเว้นระยะอย่างน้อย 4-12 เดือน เพื่อลองฉีดลดริ้วรอย ลดกราม จากเยอรมัน แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นด้วย เช่น บางคนฉีดหลายยี่ห้อสลับกัน ฉีดบ่อยเกินไป ฉีดในปริมาณมากเกินไป ฉีดของไม่ได้มาตรฐาน จนอาจทำให้เกิดอาการดื้อสารลดริ้วรอย ลดกราม ขั้นรุนแรง อาจต้องใช้เวลาพักจากการฉีด มากกว่า 1 ปี
  4. ออกฤทธิ์เร็ว สำหรับการลดริ้วรอยเล็กๆ เช่น หน้าผาก ตีนกา หว่างคิ้ว ใช้เวลาในการออกฤทธิ์ประมาณ 1-3 วัน ส่วนกรามและกล้ามเนื้อน่องใช้เวลาในการออกฤทธิ์ประมาณ 7-14 วัน สำหรับการลิฟต์หน้า จะเห็นผลได้ทันทีหลังฉีด
  5. ได้รับการรับรองจาก FDA และอย.ของประเทศไทย
  6. ฉีดครั้งเดียว อยู่ได้นานถึง 4-6 เดือน
  7. เจ็บน้อยกว่า ตัวยาไม่ทำให้แสบเวลาฉีด

 

IMG_8820+.jpg

เหมาะกับใคร

  • คนที่ต้องการลดกราม ปรับรูปหน้า
  • คนที่มีปัญหาริ้วรอยบนใบหน้า
  • คนที่หน้าไม่กระชับ ต้องการลิฟต์กรอบหน้า
  • คนที่ต้องการลดเหงื่อใต้วงแขนและเหงื่อที่ฝ่ามือ
  • คนที่มีปัญหาน่องใหญ่ และต้องการลดน่องให้เรียวเล็ก
  • คนที่มีอาการดื้อสารลดริ้วรอย ลดกราม

 

ข้อควรปฏิบัติก่อนฉีดลดริ้วรอย ลดกราม

  1. แจ้งประวัติ โรคประจำตัว ยาที่รับประทานอยู่เป็นประจำและประวัติการรักษา ให้แพทย์ทราบ
  2. ไม่เป็นผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  3. งดรับประทานวิตามิน อย่างน้อย 3 วันก่อนเข้ารับบริการ
  4. งดแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 3 วันก่อนเข้ารับบริการ
  5. งดรับประทานยาแอสไพริน หรือยาละลายลิ่มเลือด ก่อนเข้ารับบริการ 1 สัปดาห์

 

1561031882783.jpg

ข้อควรปฏิบัติหลังฉีดลดริ้วรอย ลดกราม

  • หลีกเลี่ยงการนวดหน้า อบซาวน่าและทำทรีทเม้นท์ต่างๆ 1 สัปดาห์
  • งดแอลกอฮอล์ 1 สัปดาห์หลังรับบริการ
  • เลี่ยงการนอนราบ 4 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงการเล่นโยคะ โยคะร้อน หรือพิลาทิส ประมาณ 5 วันหลังรับบริการ

 

category: 

Thermage FLX Body Tip เทอมาจ หลังคลอด ที่คุณแม่เซเลปปลื้ม

HOT ISSUE

  • คนดังที่มาทำ Thermage Body Tip FLX ที่ Lovely Eye & Skin Clinic จะมีใครบ้าง?
  • รู้จักกับ Thermage Body Tip FLX รุ่นใหม่ล่าสุด

              เทคโนโลยีใหม่ ใครๆ ก็ปลื้ม ไม่เว้นแม้แต่เหล่าคุณแม่เหล่าดาราเซเลปที่เพิ่งผ่านการคลอดเจ้าตัวน้อยมาหมาดๆ หลายท่านได้มาลองทำ Thermage Body Tip FLX ที่ Lovely Eye & Skin Clinic แล้วออกอาการปลื้มกับผลลัพธ์ จนต้องมาทำซ้ำ นอกจากจะช่วยให้รูปร่างยกกระชับและกำจัดไขมันหน้าท้องอย่างได้ผลแล้ว ด้วยเทคโนโลยีรุ่นใหม่ล่าสุดของ Thermage Body Tip FLX ยังช่วยถนอมผิว ให้ผิวผ่อนคลาย ขณะทำจึงรู้สึกเจ็บน้อยอีกด้วย Lovely Eye & Skin Clinic ขอส่งต่อความประทับใจของเหล่าดาราเซเลปที่มาใช้บริการทำ Thermage Body Tip FLX ที่ Lovely Eye & Skin Clinic อย่างคุณกระติกและคุณจีน่า กับผลลัพธ์ที่ทำให้คุณแม่หลังคลอดปลื้ม

เทอมาจ หลังคลอด ยกกระชับ1.jpg

 

คุณกระติก อิจศรินทร์ (นางแบบและผู้จัดการดารา)

เทอมาจ หลังคลอด ยกกระชับ5.jpg

              “ เป็นคุณแม่ลูกหนึ่งแล้วค่ะ ปกติเป็นคนที่ชอบแต่งตัวค่อนข้างจะเซ็กซี่ หลังคลอดก็จะมีปัญหานิดนึง เกี่ยวกับหน้าท้องที่ไม่ค่อยกระชับ เป็นคนออกกำลังกายอยู่แล้วบ้าง แต่ว่าไม่ค่อยมีเวลา เพราะดูแลลูกด้วย กระติกได้ยินมาว่าตอนนี้มีเครื่องรุ่นใหม่ของ Thermage Body Tip FLX เครื่องแท้รับรองมาตรฐานจาก US FDA คุณแม่ท่านไหนสนใจ ไม่ว่าจะเป็นคุณแม่ที่คลอดเอง หรือผ่าตัดคลอด ก็สามารถทำได้ เพราะว่าการทำ Thermage Body Tip FLX ไม่มีผลใดๆ กับแผลผ่าตัดเลยค่า ”

เทอมาจ หลังคลอด ยกกระชับ2.jpg

คุณกระติก เป็นหนึ่งในเคสคุณแม่หลังคลอดที่มีปัญหาหน้าท้องไม่กระชับ มีไขมันบริเวณหน้าท้อง ทำให้เนื้อกองบริเวณขอบกางเกง ดูไม่มีเอว เอวไม่คอด รูปร่างดูตัน หุ่นไม่เพรียวสวย หลังทำ Thermage Body Tip FLX ช่วยลดไขมันหน้าท้อง ทำให้หน้าท้องแบนราบ เอวคอดสวย ไม่มีเนื้อกองที่ขอบกางเกง รูปร่างดูเพรียวขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ

 

คุณจีน่า อันนา ภรรยาคุณโอ๊ต วรวุฒิ

 

เทอมาจ หลังคลอด ยกกระชับ6.jpg

              ขนาดผู้หญิงตัวเล็ก รูปร่างผอม อย่างคุณจีน่า พอเป็นคุณแม่แล้ว ก็มีปัญหาหน้าท้องขยาย รูปร่างไม่เข้าที่ได้เหมือนกัน ยิ่งหลังจากคลอดเบบี๋คนที่สอง หรือน้องโอเลิฟแล้ว ผิวบริเวณหน้าท้องที่เคยตึงกระชับ ก็กลายเป็นหย่อนคล้อย ย้วยยิ่งกว่าท้องแรก ใครเป็นคุณแม่ลูกสอง ก็คงเข้าใจเป็นอย่างดี ทั้งเรื่องไขมันบริเวณหน้าท้องที่ไม่เนียนเรียบ เต็มไปด้วยผิวหนังที่มีรอยเหี่ยวย่น มีริ้วรอย มีรอยแตกลาย สภาพผิวหน้าท้องหย่อนคล้อย รูปร่างก็ดูใหญ่ เวลาใส่เสื้อผ้าก็จะดูตันๆ ไม่มีเอว  ตอนนี้น้ำหนักลดลงเท่าก่อนท้องแล้ว แต่หน้าท้องยังย้วย จากการที่ไม่มีเวลาออกกำลังกาย เพราะต้องเลี้ยงน้องเอง เลยต้องหาตัวช่วย ซึ่งเมื่อคุณจีน่าได้ทราบว่า Thermage Body Tip FLX ช่วยแก้ปัญหาไขมัน เพิ่มความตึงกระชับของผิวและรูปร่างของคุณแม่หลังคลอดได้ จึงลองเข้ามาทำที่ Lovely Eye & Skin Clinic

 

เทอมาจ หลังคลอด ยกกระชับ3.jpg

คุณจีน่า อีกหนึ่งเคสของคุณแม่หลังคลอดที่มีความเปลี่ยนแปลงของรูปร่างอย่างเห็นได้ชัด เพราะปกติคุณจีน่าเป็นคนที่มีรูปร่างเล็กและผอมเพรียว หลังจากคลอดน้องคนที่สองแล้ว ก็จะมีปัญหาหลักๆ ตรงไขมันที่กองอยู่บริเวณหน้าท้อง ทำให้เอวดูใหญ่ ดูหนา หลังทำ Thermage Body Tip FLX หน้าท้องไม่ป่อง รูปร่างกลับมาเข้าที่อย่างรวดเร็ว

 

เทอมาจ หลังคลอด ยกกระชับ7.png

              แม้แต่คุณหมอรวงข้าวเอง ก็ยังให้ความไว้วางใจ ดูแลรูปร่างและผิวพรรณ หลังคลอดน้องแฝด ด้วย Thermage Body Tip FLX อย่างต่อเนื่อง ใครอยากรู้ว่าผลลัพธ์ที่ทำให้คุณหมอถูกใจ จนอยากแนะนำคุณแม่หลังคลอดคนอื่นๆ เป็นอย่างไร คลิกเลยค่า Link : https://bit.ly/2Hq3zv2

 

เปรียบเทียบ Thermage FLX Body Tip เทอมาจ หลังคลอด รุ่นเก่า VS รุ่นใหม่ 

เทอมาจ หลังคลอด ยกกระชับ4.jpg

ภาพเปรียบเทียบขนาดหัวทิประหว่าง Thermage Perfect Face (เทอมาจหน้า) รุ่นเก่า

และหัวทิป Thermage FLX Body Tip (เทอมาจ หลังคลอด) รุ่นใหม่

1. ยกกระชับได้เต็มประสิทธิภาพ

ด้วยพลังงานที่ลงลึกได้มากกว่า จึงเหมาะกับการลดไขมันหน้าท้องคุณแม่หลังคลอด ซึ่งมีความหนาของชั้นไขมันมากและต้องการพลังงานที่ลงลึกในการรักษามากกว่าส่วนอื่นๆ ของร่างกาย

2. ครอบคลุมพื้นที่ในการรักษาได้มากยิ่้งขึ้น

หัวทิปของ Thermage FLX Body Tip (เทอมาจ หลังคลอด) มีขนาดใหญ่กว่าหัวทิปของ Thermage Perfect Face (เทอมาจหน้า) 4 เท่า จึง

3. ผลลัพธ์การยกกระชับมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ใน 1 ช็อตที่เท่ากัน Thermage FLX Body Tip (เทอมาจ หลังคลอด) สามารถปล่อยคลื่น RF ได้มากกว่ารุ่นเก่า จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาได้ดียิ่งขึ้น

4. สบายผิวขณะทำ

เพราะหัวทิปมีขนาดใหญ่ พร้อมใช้พลังงานสั่นสะเทือน จึงช่วยลดความเจ็บและช่วยผ่อนคลายผิวขณะทำได้

 

แก้ปัญหาใดได้บ้าง

  • ไขมันส่วนเกินบริเวณหน้าท้องที่หลงเหลือจากการคลอดเจ้าตัวเล็ก สามารถลดไขมันให้หน้าท้องกระชับ ช่วยให้รูปร่างของคุณแม่หลังคลอดเข้าที่ได้รวดเร็ว
  • ผิวบริเวณหน้าท้องที่หย่อนคล้อยหลังคลอด รอยเหี่ยวย่น หรือเนื้อหน้าท้องที่หย่อนยานจนกองบนขอบกางเกง สามารถเก็บให้ตึงกระชับ เรียบเนียนขึ้นได้
  • ผิวแห้ง หน้าท้องแตกลายหลังคลอด สามารถลดรอยแตกลาย รอยดำ ให้ผิวเนียนใสมากขึ้้น
  • ฟื้นฟูผิวหลังคลอดหรือหลังดูดไขมัน กระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว เพื่อให้ผิวกระชับ แข็งแรงและดูอ่อนวัย

 

เหมาะกับใคร

  1. คุณแม่หลังคลอด ที่มีปัญหาหน้าท้องหย่อนคล้อย ไม่กระชับ จากการที่หน้าท้องขยายออกขณะตั้งครรภ์
  2. คุณแม่หลังคลอดที่ต้องการให้รูปร่างกระชับเข้าที่ กลับไปเหมือนก่อนตั้งครรภ์อย่างรวดเร็ว
  3. คนที่ดูดไขมัน และต้องการฟื้นฟูผิวให้เรียบเนียน ตึงกระชับ ไม่ย้วย
  4. คนที่น้ำหนักขึ้นหรือลดลงอย่างรวดเร็ว จนทำให้ผิวพรรณไม่กระชับ หรือมีผิวแตกลาย
  5. คนที่มีปัญหาไขมันส่วนเกินบริเวณหน้าท้อง สะโพก ต้นแขน หรือต้นขา
  6. คนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น

 

category: 

รอบดวงตาสดใส ไม่โทรม เติมเต็มผิวด้วยฟิลเลอร์ (Filler)

               ตาอิดโรย อาจไม่ได้เกิดจากถุงใต้ตาที่ต้องทำการผ่าตัดเพียงอย่างเดียว แต่อาจมีสาเหตุจากริ้วรอยร่องลึกใต้ตา ที่ทำให้หน้าตาอิดโรย ดูโทรมและแก่กว่าวัย เกิดขึ้นได้เมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้โครงสร้างผิวหน้าเกิดความเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่ชั้นผิวหนัง ไขมัน กล้ามเนื้อ ลึกลงไปถึงโครงสร้างกระดูกที่ทำให้ใบหน้าสูญเสียความคมชัด ผิวสูญเสียความเต่งตึง เกิดร่องรอยความอิดโรย โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตาที่ทำให้หน้าดูมีอายุอย่างเห็นได้ชัด

ใต้ตาคล้ำ 1.jpg

สาเหตุที่ทำให้เกิดริ้วรอยใต้ตา ใต้ตาคล้ำ

               1. อายุ

การแสดงออกทางสีหน้า เช่น ยิ้ม หัวเราะ ก็ทำให้เกิดริ้วรอย และรอยเหี่ยวย่นรอบดวงตาได้ ไม่ต้องถึงวัยหลักสี่ เพราะแค่ยี่สิบกว่าๆ คนก็มีริ้วรอยบางๆ รอบดวงตากันแล้ว

               2. คอลลาเจนที่ผลิตได้น้อยลง

พออายุมากขึ้น ความสามารถในการผลิตคอลลาเจนของร่างกายจะลดน้อยลง ทำให้ปริมาณคอลลาเจนใต้ผิวลดลง ผิวหนังจึงเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น โดยเฉพาะบริเวณบอบบางอย่างผิวใต้ตา จะสามารถเห็นได้ชัดเจน

               3. แสงแดด

รังสียูวีในแสงแดด เป็นตัวกระตุ้นอนุมูลอิสระ ทั้งยังทำลายคอลลาเจนและอิลาสตินในผิว จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไม ยิ่งออกแดดบ่อยๆ ริ้วรอยก็ยิ่งมาหา

               4. พฤติกรรมการใช้ชีวิต

การสูบบุหรี่จัด การทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือท่องเที่ยวกลางแจ้ง น้ำหนักที่ขึ้นลงอย่างรวดเร็ว ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดร่องรอยดำคล้ำ ริ้วรอยใต้ตาและทำให้ใต้ตาคล้ำได้

               5. โรคภูมิแพ้และการขยี้ตา

คนที่เป็นโรคภูมิแพ้ เยื่อบุโพรงจมูกอาจเกิดอาการบวมและขัดขวางการไหลเวียนเลือด ในเส้นดำและเส้นเลือดฝอยใต้ตา รวมถึงบริเวณจมูก จึงทำให้ใต้ตาคล้ำได้ง่าย นอกจากนี้อาการภูมิแพ้ ยังทำให้รู้สึกระคายเคืองและคันตา จนต้องขยี้ตาบ่อยๆ ทำให้เกิดอาการใต้ตาคล้ำได้เช่นกัน

 

ลักษณะดวงตาอิดโรย เป็นอย่างไร?

ใต้ตาคล้ำ 2_0.jpg

ภาพตัวอย่างลักษณะใต้ตาคล้ำ ตาบวมแดง แสดงถึงความอิดโรย

มองเห็นเส้นร่องน้ำตาได้ชัดเจน ทำให้ใบหน้าดูโทรม

  • มองเห็นร่องน้ำตาได้ชัดเจน ร่องน้ำตาจะมีลักษณะเป็นครึ่งวงกลมได้ตา เป็นสีที่เห็นชัดกว่าสีผิว ทำให้ใต้ตาดูคล้ำ หน้าตาดูโทรม
  • รอยดำ ใต้ตาคล้ำ จากระบบไหลเวียนโลหิตที่ทำงานไม่ดี หรือการระคายเคืองของผิวใต้ตา ทำให้เกิดการสัมผัสและขยี้ตาบ่อยๆ หรือการแพ้เครื่องสำอาง ก็เป็นเหตุผลหนึ่ง
  • ริ้วรอยใต้ดวงตา ผิวไม่เรียบเนียนจากริ้วรอย ทำให้ใต้ตาคล้ำ ดูเหี่ยวย่น ไม่สดใส
  • เบ้าตาลึก จะมีลักษณะเหมือนคนอดนอน

 

ใต้ตาคล้ำ 3.jpg

แก้ปัญหาตาอิดโรย ที่ไม่ต้องผ่าตัด แต่สามารถจัดการได้โดยการเติมเต็มผิว ด้วยฟิลเลอร์ใต้ตา (Filler)

               ฟิลเลอร์ใต้ตา (Filler) คือการฉีดสารไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) ซึ่งเป็นสารที่มีในเซลล์ผิวของเราตามธรรมชาติอยู่แล้ว เข้าไปยังบริเวณใต้ตา เพื่อเติมเต็มผิว เติมร่องริ้วรอยและลดความคล้ำใต้ตา ช่วยให้ริ้วรอยลดน้อยลง ร่องใต้ตาที่เคยลึกจะแลดูตื้นขึ้น ใต้ตาที่หมองคล้้ำจะดูมีน้ำมีนวลมากขึ้น ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูอ่อนวัย ไม่อิดโรย ไม่ดูโทรม ไม่คล้ำหมอง นอกจากนี้การทำฟิลเลอร์จะช่วยกักเก็บน้ำใต้ผิว ให้ผิวชุ่มชื้น กระชับ ไม่แห้งกร้าน และยังทำหน้าที่ทดแทนคอลลาเจนในร่างกายที่สูญสลายไปตามเวลา ทำให้ผิวพรรณเต่งตึง อ่อนเยาว์

 

ข้อดีของการลดรอยใต้ตาด้วยฟิลเลอร์

               1. ตาสวย สดใส ไม่โทรม โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่เจ็บ

               2. ลดรอยดำคล้ำใต้ตา และร่องใต้ตา

               3. เติมเต็มริ้วรอยใต้ตา

               4. ผิวรอบดวงตาเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

               5. ฟิลเลอร์แท้ได้มาตรฐานนำเข้าจากต่างประเทศ

 

เคสตัวอย่างการทำฟิลเลอร์ใต้ตา เปรียบเทียบระหว่างก่อนและหลังทำฟิลเลอร์

ใต้ตาคล้ำ 4.jpg

เคสการทำฟิลเลอร์ใต้ตา และฟิลเลอร์ร่องแก้ม ก่อนทำ ใต้ตาคล้ำ มีร่องใต้ตาและริ้วรอย มองเห็นร่องแก้มได้ชัด

หลังทำฟิลเลอร์ ร่องแก้มที่ลึกดูจางลงจนแทบมองไม่เห็น ผิวใต้ตาเรียบเนียน กระชับ ตาดูสดใสขึ้น

ไม่โทรม ลดอายุใบหน้าลงได้อย่างเป็นธรรมชาติ

 

ใต้ตาคล้ำ 5.jpg

เคสการทำฟิลเลอร์ใต้ตา เพื่อเติมเต็มใต้ตา ก่อนทำ ใต้ตาคล้ำ ทำให้ใบหน้าดูโทรม 

ผิวบริเวณใต้ตาหย่อนคล้อย จนเกิดร่องน้ำตาลึกอย่างเห็นได้ชัด

หลังเติมฟิลเลอร์ รอยใต้ตาคล้ำดูจางลง ผิวใต้ตาเรียบเนียน ดูสดใสขึ้น

 

Credit ภาพ : Kidskunst.info, opto.ca

category: 

ฟื้นฟูหลังคลอด ให้คุณแม่กลับมาสวยทันใจ

HOT ISSUE

  • สารพัดปัญหาความงามของคุณแม่หลังคลอด ไม่ว่าจะเป็นหน้าท้องย้วยๆ ผิวแตกลาย รักแร้ที่ดำคล้ำ หรือยอดอกที่สีเข้มขึ้น
  • แนะนำนวัตกรรมแห่งยุค ตัวช่วยคุณแม่หลังคลอด หลากหลายสไตล์ ที่ตอบโจทย์ปัญหาความงามคุณแม่หลังคลอดได้อย่างครอบคลุม
  • ระยะหลังคลอด คุณแม่มักจะมีการเปลี่ยนแปลงทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ ซึ่งโดยปกติแล้วร่างกายของคุณแม่จะใช้เวลาอย่างน้อย 6 สัปดาห์หลังคลอด ในการกลับสู่ภาวะปกติ การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งจำเป็นทำให้ร่างกายฟื้นฟูได้อย่างสมบูรณ์แบบ คุณแม่มือใหม่มาดูกันว่าควรดูแลตัวเองอย่างไร? เพื่อให้สุขภาพร่างกายและจิตใจแข็งแรง ฟื้นฟูได้ไว

 

the-biggest-loser-bild.jpg

ความเปลี่ยนแปลงหลังคลอด

              1. มดลูก

ตามปกติมดลูกจะมีน้ำหนักประมาณ 50 กรัม โดยหลังคลอดใหม่ๆ มดลูกจะยังมีเลือด กล้ามเนื้อมดลูก และเยื่อบุโพรงมดลูกที่หนาตัวขึ้นในขณะตั้งครรภ์ ที่มีน้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม ซึ่งหากคลำพบว่ามดลูกมีขนาดพอๆ กับช่วงอายุครรภ์ประมาณ 5 เดือนเลยทีเดียว

              2. ยอดอกสีเข้มขึ้น

นอกจากอาการคัดตึงเต้านมแล้ว หลังคลอดยอดอกของคุณแม่ที่เคยเป็นสีชมพู จะกลายเป็นสีดำคล้ำ จากการขยายตัวของต่อมน้ำนมในระหว่างตั้งครรภ์ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนในร่างกายด้วย

              3. รอยคล้ำตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย

สาเหตุที่ทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์มีรอยคล้ำเกิดขึ้นตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น ใต้วงแขน หรือรักแร้ หน้าท้อง คอ เป็นต้น เกิดจากความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในระหว่างตั้งครรภ์

              4. หน้าท้องหย่อนยาน

หน้าท้องที่เคยขยายออกตามขนาดตัวของทารกในช่วงตั้งครรภ์ จะยุบลงหลังคลอด ทำให้ผิวบริเวณหน้าท้องเกิดความหย่อนยาน ไม่เรียบตึงเหมือนก่อนตั้งครรภ์ และอาจมีรอยแตกลาย

              5. ใบหน้าหมองคล้ำ มีฝ้ากระ จุดด่างดำ หรือกระเนื้อ

ฮอร์โมนเพศที่สูงขึ้น ส่งผลให้เซลล์เม็ดสีทำงานมากกว่าปกติ ทำให้เกิดจุดด่างดำและความหมองคล้ำ โดยเฉพาะช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ และจะคล้ำขึ้นเรื่อยๆ ตลอดการตั้งครรภ์

41aaa248e3534ad7ba8b2717fa938be4_0.jpg

เคล็ดลับการดูแลตัวเองสำหรับคุณแม่หลังคลอด

  • ควรให้นมลูกทันทีหลังคลอด ให้นมบ่อยๆ ทุก 2 ชั่วโมง และไม่ควรให้น้ำร่วมด้วย จะช่วยกระตุ้นการหลั่งของน้ำนม รวมถึงทำให้มดลูกเกิดการบีบตัว ซึ่งจะส่งผลให้มดลูกเข้าอู่เร็ว
  • สวมเสื้อชั้นในพยุงเต้านม หลังคลอด เต้านมของคุณแม่จะมีน้ำหนักมากเป็น 3 เท่า จากน้ำหนักเต้านมปกติ ทำให้เอ็นพยุงเต้านมยืดออก จึงควรสวมเสื้อชั้นในพยุงเต้านม ป้องกันการหย่อนคล้อยของเต้านม
  • รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ คุณแม่หลังคลอดอาจมีอาการท้องผูก จึงควรรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย มีกากใยสูง และรสไม่จัด รวมถึงรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อช่วยซ่อมแซมร่างกายส่วนที่สึกหรอจากการคลอดของคุณแม่ นอกจากนี้ควรรับประทานอาหารทะเล เพื่อเพิ่มสารไอโอดีน ซึ่งดีต่อการให้นมบุตรด้วย
  • ดูแลสภาพจิตใจ คุณแม่บางเคส จะมีภาวะอารมณ์เศร้าหรือโรคซึมเศร้าหลังคลอด ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนร่างกาย คนใกล้ชิดอย่างสามี หรือพ่อแม่ ควรให้กำลังใจ และเข้าใจว่าอาการที่เกิดขึ้นเป็นโรค ไม่ใช่ความอ่อนแอ และอย่าปล่อยให้คุณแม่เลี้ยงลูกคนเดียว
  • ออกกำลังกายเบาๆ หลังคลอด สำหรับคุณแม่ที่คลอดเองตามธรรมชาติ สามารถเริ่มต้นบริหารร่างกายเบาๆ หลังจาก 1 วัน และคุณแม่ที่ผ่าคลอด สามารถออกกำลังกายหลังผ่าคลอด 20 วัน เพื่อกระชับหน้าท้องและผนังช่องคลอดที่หย่อนยานให้เข้าที่ และเพิ่มความแข็งแรงของร่างกาย
  • ตรวจร่างกายหลังคลอด คุณแม่ควรเข้าตรวจร่างกายใน 4-6 สัปดาห์หลังคลอด เพื่อตรวจหาความผิดปกติด้วยการตรวจภายใน และตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
  • อาการผิดปกติที่ควรรีบพบแพทย์

             - ช่องคลอดมีเลือดออก

             - น้ำคาวปลามีกลิ่นเหม็น มีก้อนเลือด และไม่ลดลง

             - ปวดท้องอย่างรุนแรง

             - แผลฝีเย็บเจ็บมาก บวมแดง อักเสบ

             - ปวดศีรษะบ่อย

             - มีไข้สูง หรือหนาวสั่น

             - ปัสสาวะขัด หรือปัสสาวะแล้วแสบ

             - มดลูกเข้าอู่ช้ากว่า 2 สัปดาห์

             - มีก้อนที่เต้านม

             - เกิดภาวะอารมณ์เศร้า หรือโรคซึมเศร้าหลังคลอด

 

นวัตกรรมตัวช่วยสำคัญ สำหรับฟื้นฟูหลังคลอด

1557480641079.jpg

1. แก้ปัญหาหน้าท้องหย่อนยานหลังคลอดอย่างได้ผล ด้วย Thermage FLX Body Tip (เทอมาจ กระชับสัดส่วน นวัตกรรมใหม่ล่าสุด) 

นวัตกรรมที่ปล่อยพลังงานลงลึกสู่ชั้นใต้ผิวหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้บริเวณชั้นไขมันหนาอย่างเช่น บริเวณหน้าท้องของคุณแม่หลังคลอด ด้วยหัวทิปรุ่นใหม่ มีขนาดใหญ่ และมีการสั่นสะเทือนอย่างกระจายตัว จึงช่วยให้รู้สึกสบายผิวขณะทำ ช่วยลดไขมันส่วนเกิน กระชับหน้าท้องที่หย่อนคล้อย ให้ได้สัดส่วนมากขึ้น

 

1557480678090.jpg

2. กระชับสัดส่วน แก้ปัญหารูปร่างไม่กระชับหลังคลอด โดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วย INDIBA DEEP CARE

ภายหลังการคลอด รูปร่างของคุณแม่อาจไม่กระชับเหมือนก่อนตั้งครรภ์ โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง ต้นขาและสะโพกซึ่ง INDIBA DEEP CARE สามารถลดสลายไขมัน พร้อมฟื้นฟูผิวที่หย่อนคล้อย ซึ่งเกิดจากการที่ไขมันใต้ผิวหนังและไขมันส่วนลึกลดจำนวนลงอย่างรวดเร็วหลังคลอด รวมทั้งช่วยเพิ่มคอลลาเจนและอิลาสติน ให้ผิวเกิดความยืดหยุ่น ช่วยกระชับหน้าท้อง และกระชับสัดส่วน ให้รูปร่างเฟิร์มมากขึ้น  

 

1557480722731.jpg

3. รักษารอยคล้ำตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ด้วย Spectra Gold Clear

คุณแม่หลังคลอดบางท่านที่มีรอยคล้ำเกิดขึ้นตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น ใต้วงแขน หรือรักแร้ หน้าท้อง คอ ทำให้ไม่น่ามองและหมดความมั่นใจ แม้จะคลอดน้องแล้ว แต่รักแร้ หน้าท้องและคอก็ยังคงไม่หายจากอาการดำคล้ำ Lovely Eye & Skin Clinic มีนวัตกรรมสุดเลิศ ตัวช่วยสำคัญสำหรับคุณแม่หลังคลอดที่มีชื่อว่า Spectra Gold Clear ช่วยแก้ปัญหารอยคล้ำ ที่ใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ประสิทธิภาพสูงในการรักษาความผิดปกติของเม็ดสีผิวด้วยมาตรฐานระดับโลกและมาตรฐานเดียวกับโรงพยาบาลชั้นนำของประเทศไทย สามารถลดรอยดำต่างๆ เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรก นอกจากรอยดำใต้วงแขนแล้ว นวัตกรรมนี้ยังเหมาะกับการรักษารอยคล้ำบริเวณอื่นๆ อีก ไม่ว่าจะเป็นรอยคล้ำใต้ตา ริมฝีปาก ข้อศอก หัวเข่า ก็สามารถลดรอยคล้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. รักษารอยแตกลาย ด้วย Smooth Plus

หน้าท้องและสะโพกที่ยืดขยายออกอย่างรวดเร็วในช่วงตั้งครรภ์ ทำให้เกิดปัญหาผิวแตกลาย จัดการรักษารอยแตกลายได้ด้วย Smooth Plus ที่ใช้เทคโนโลยีคลื่นวิทยุลึกลงในชั้นผิวหลายชั้น ส่งผลให้เกิดการทำลายผิว เพื่อกระตุ้นให้ผิวซ่อมแซมตัวเองและยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ซึ่งได้ผลดีในการรักษารอยแตกลาย หลุมสิว รูขุมขนกว้าง หรือรอยแผลเป็น ช่วยให้สภาพผิวกลับคืนสู่ความเรียบเนียน กระจ่างใสได้ไวขึ้น

Credit ภาพ : xuehua.us, stern.de

category: 

เจาะลึก VBeam Lovely Skin (วีบีมลดรอยสิว) รักษารอยสิวหายไหม?

                หลังสิวหาย หน้าก็กลายเป็นจุดแดงจ้ำ ไม่เนียนเรียบ เกิดจากรอยแดงสิว หรือภาวะที่เส้นเลือดฝอยขยายหลังการอักเสบ บางเคสสามารถหายเองได้ แต่บางเคสอาจใช้เวลานานเป็นปีในการรักษา ซึ่ง Lovely Eye & Skin Clinic คลินิกดูแลความงามของผิวพรรณที่เข้าใจปัญหาผิวของทุกคนเป็นอย่างดี ได้ตอบโจทย์ปัญหารอยสิว ด้วย VBEAM Lovely Skin (วีบีมลดรอยสิว) เลเซอร์ที่ช่วยแก้ปัญหาที่สิวทิ้งไว้ให้ โดยการกระตุ้นการเรียงตัวของเส้นเลือดใต้ผิวใหม่ และกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวใสมากขึ้น ใครที่ีมีปัญหารอยสิว หลังสิวหาย ต้องอย่าพลาดท็อปปิคนี้

VBEAM Lovely Skin วีบีมลดรอยสิว 1.png

เคสตัวอย่างการรักษารอยสิวด้วย VBEAM Lovely Skin (วีบีมลดรอยสิว) ก่อนรักษา

ผิวหน้ามีรอยแดงและรอยดำหลังสิวหายกระจายอยู่ทั่วใบหน้า

โดยเฉพาะบริเวณแก้ม หลังรักษา รอยสิวค่อยๆ จางลง จนผิวหน้าเกลี้ยง ไร้รอยสิว หลังรักษาอย่างต่อเนื่อง

 

ขจัดรอยสิว เผยผิวใสอย่างตรงจุดด้วย VBEAM Lovely Skin

                VBEAM Lovely Skin (วีบีมลดรอยสิว) เป็นเทคโนโลยีเลเซอร์ชนิด Pulsed Dye Laser มีความยาวคลื่นแสง 595 นาโนเมตร ซึ่งเป็นคลื่นสั้นที่มีความเข้มแสงสูง สามารถส่งพลังงานลงลึกสู่ผิวบริเวณที่ต้องการรักษาได้อย่างแม่นยำและเที่ยงตรง จึงไม่ทำให้เกิดการทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียง ผสานเทคโนโลยีความเย็น ช่วยปกป้องผิวชั้นบน ช่วยถนอมผิวบริเวณที่ทำการรักษาและร่นเวลาพักฟื้น โดยพลังงานเลเซอร์จะดูดซับOxyhemoglobin เม็ดสีแดงที่ถูกพบในรอยแดง หรือรอยเส้นเลือดที่ขยาย หรือรอยเส้นเลือดที่ได้รับความเสียหาย และดูดซับเมลานินที่พบในจุดด่างดำ เมื่อเม็ดสีถูกทำลาย ก็จะย่อยสลายในกระบวนการหายของแผลตามธรรมชาติ รอยแดงรอยดำต่างๆ จะถูกรักษาให้จางลง เผยผิวใสอย่างรวดเร็ว

 

VBEAM Lovely Skin วีบีมลดรอยสิว 2.png

 

VBEAM Lovely Skin (วีบีมลดรอยสิว) เลเซอร์ที่ได้รับการยอมรับว่ารักษารอยแดงได้รวดเร็วและดีที่สุด

  • เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่รักษา
  • สามารถฟื้นฟูโครงสร้างผิว ลดรอยแดง รักษารอยเส้นเลือดและแก้ปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ เปลี่ยนผิวหมองเป็นผิวใสด้วยประสิทธิภาพสูงสุด
  • รักษาได้ครอบคลุมทุกปัญหา อ่อนโยนต่อผิว ไม่เกิดการทำลายเนื้อเยื่อหรือบริเวณที่ทำการรักษา และไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงในการรักษา จึงสามารถใช้ได้กับผิวทั่วเรือนร่าง
  • เป็นเทคโนโลยีที่มีมาตรฐาน ความปลอดภัยสูง ได้รับการรับรองจาก FDA ของสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย 
  • ลดเลือนรอยแดงจากสิว รอยแดงนูน รอยแดงแผลเป็น เส้นเลือดฝอย ลดอาการอักเสบของสิว
  • ลบรอยแดงหลังการผ่าตัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • กระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวหนังแท้
  • หลังทำ ไม่ต้องพักฟื้น สามารถแต่งหน้าได้ตามปกติ

VBEAM Lovely Skin วีบีมลดรอยสิว 3.png

เคสตัวอย่างการรักษารอยสิวด้วย VBEAM Lovely Skin (วีบีมลดรอยสิว)

ก่อนรักษา ผิวหน้ามีสิวอักเสบและรอยแดงกระจายอยู่ทั่วใบหน้า

โดยเฉพาะบริเวณคาง หลังรักษา รอยสิวค่อยๆ จางลง จนผิวหน้าเกลี้ยง ไร้รอยสิว หลังรักษาอย่างต่อเนื่อง

 

รักษารอยสิวหายจริงไหม?

                โดยปกติรอยแดงจากสิว อาจต้องใช้ระยะเวลาในการรักษายาวนานกว่าจะหายสนิท แต่ด้วย VBEAM Lovely Skin (วีบีมลดรอยสิว) เลเซอร์ที่มีประสิทธิภาพในการดูดซับรอยแดงให้จางลงทันทีหลังรับการรักษา ไม่ว่าจะเป็นรอยแดงจากสิว เส้นเลือดฝอยขยายบริเวณใบหน้าหรือแขนขา รวมถึงปานแดง หลังใช้ VBEAM Lovely Skin (วีบีมลดรอยสิว) สามารถเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นทันทีในครั้งแรกและจะดีขึ้นมากกว่า 80% ถ้าได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องประมาณ 3-5 ครั้ง และควรดูแลผิวด้วยการทาครีมกันแดด รวมถึงทำทรีทเม้นต์ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ช่วยให้ผิวใส ไร้รอยดำแดงจากสิวอย่างยั่งยืน

 

ปลอดภัยไหม?

                VBEAM Lovely Skin (วีบีมลดรอยสิว) เป็นนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงที่ทั่วโลกใช้กันอย่างแพร่หลายมากว่า 15 ปี ด้วยตัวเครื่องที่นำเข้าจาก USA และได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา ทั้งของอเมริกาและประเทศไทย ว่ามีประสิทธิภาพในการรักษาปัญหาผิวพรรณได้มากกว่า 20 ประเภท และยังมีการทดลองวิจัยทางการแพทย์เพื่อยืนยันผลลัพธ์มากกว่า 300 งานวิจัย จึงมั่นใจได้ว่า VBEAM Lovely Skin (วีบีมลดรอยสิว) เป็นนวัตกรรมที่มีมาตรฐานและปลอดภัยต่อผู้รับบริการแน่นอน

 

ผลลัพธ์

  • สิวและรอยแดงสิวจางลง ผิวใสขึ้น
  • รักษารอยเส้นเลือดที่ขยายตัวบริเวณใบหน้าหรือแขนขา
  • ลดเลือนรอยแผลเป็นและรอยฟกช้ำ
  • รักษาโรคสิวหน้าแดง
  • ฟื้นฟูผิวที่เสียจากแสงแดด
  • รักษากระในคนสูงอายุ
  • ไม่ทิ้งรอยแผล หรือสะเก็ด หรือเลือดออก หลังรับการรักษา สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

 

category: 

วิวัฒนาการ อยู่ไฟหลังคลอด จากอดีตสู่ปัจจุบัน

HOT ISSUE

                อยู่ไฟหลังคลอด นับเป็นวิถีไทยแบบโบราณ ที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายของคุณแม่หลังคลอดให้แข็งแรงขึ้น หากเป็นคนรุ่นเก่า จะมองว่าการอยู่ไฟหลังคลอดเป็นสิ่งจำเป็นและมักจะแนะนำ รวมถึงวางแผนให้ลูกหลานที่เป็นคุณแม่เพิ่งคลอดได้เข้าอยู่ไฟหลังคลอด แต่ในปัจจุบันที่เทคโนโลยีทางการแพทย์พัฒนาขึ้น การอยู่ไฟหลังคลอดยังจำเป็นอยู่หรือไม่? และดีต่อคุณแม่จริงๆ หรือเปล่า? ลองมาหาคำตอบดูกัน

g582-73eszby1l92t-f4qnu_0.jpg

คุณแม่หลังคลอดตามธรรมชาติ 7-10 วัน จึงจะสามารถเริ่มอยู่ไฟหลังคลอดได้ 

โดยการนวดประคบด้วยลูกประคบสมุนไพร คลึงทั่วตามร่างกาย

อะไรคือการอยู่ไฟหลังคลอด?

                อยู่ไฟหลังคลอด เป็นการดูแลสุขภาพคุณแม่หลังคลอดที่คนไทยปฏิบัติสืบต่อกันมาช้านาน เพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายคุณแม่หลังคลอด โดยใช้ความร้อนเป็นตัวช่วยปรับสมดุลร่างกายให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น ลดความปวดเมื่อย ให้คุณแม่มีสุขภาพดีจนกระทั่งถึงตอนที่มีอายุมาก หากเป็นสมัยโบราณคุณแม่หลังคลอดจะนอนอยู่บนกระดานในกระท่อมมุงจากที่ปิดมิดชิด โดยมีไฟก่ออยู่ใต้กระดาน เพื่อให้ความร้อนส่งผ่านมาสู่ร่างกายของคุณแม่ ซึ่งในอดีตหมอตำแยจะไม่เย็บช่องคลอดที่ฉีกขาดจากการคลอด คุณแม่หลังคลอดจึงต้องเคลื่อนไหวน้อยๆ และพยายามนอนนิ่งในลักษณะหนีบขาไว้ เพื่อให้แผลหายเร็วขึ้น

                แต่ในปัจจุบันที่วิวัฒนาการทางการแพทย์ก้าวหน้าขึ้น จึงมีทั้งการเย็บซ่อมแซมช่องคลอด มียาปฏิชีวนะต่างๆ ยาช่วยหยุดเลือด ยาช่วยกระตุ้นให้น้ำนมไหล การอยู่ไฟหลังคลอดจึงถูกลดบทบาทลง แต่ยังคงเป็นที่นิยมสำหรับคุณแม่หลังคลอดอยู่ไม่น้อย เพราะการอยู่ไฟหลังคลอดจะช่วยให้คุณแม่ฟื้นตัวเร็ว กระตุ้นน้ำนมให้ไหลได้ดีขึ้น น้ำหนักลดลง กลับมามีรูปร่างที่ดี ใกล้เคียงกับก่อนตั้งครรภ์ได้ง่ายขึ้น ซึ่งคุณแม่สามารถใช้บริการอยู่ไฟได้ที่โรงพยาบาล คลินิกแผนไทย สปา ศูนย์สุขภาพต่างๆ หรืออยู่ไฟแบบเดลิเวอรี่ที่ให้บริการอยู่ไฟตามบ้านก็ได้

                สำหรับคุณแม่ที่คลอดเองตามธรรมชาติ สามารถเริ่มอยู่ไฟหลังคลอดประมาณ 7-10 วัน โดยใช้เวลาอยู่ไฟประมาณ 3-5 วันตามสะดวก ส่วนคุณแม่ที่ผ่าคลอด ควรรอให้แผลแห้งสนิทก่อน โดยสามารถเริ่มอยู่ไฟหลังคลอดประมาณ 1 เดือน และใช้อยู่ไฟประมาณ 5-7 วัน    

รูปแบบการอยู่ไฟที่เป็นที่นิยม

  • นวดประคบด้วยลูกประคบสมุนไพร คลึงตามร่างกาย อย่างเช่น บริเวณเต้านม หรือให้คุณแม่นั่งทับ เพื่อลดอาการปวดเมื่อยหลังคลอด และช่วยในการรักษาแผล
  • อบตัวในกระโจมด้วยสมุนไพรนานาชนิด ช่วยขับของเสียผ่านรูขุมขน ให้ผิวพรรณดีขึ้น ขับน้ำคาวปลาและช่วยลดน้ำหนักได้
  • ประคบหม้อเกลือ โดยการนำหม้อดินที่บรรจุเกลือ แล้วนำไปตั้งไฟมานาบบริเวณหน้าท้องและส่วนต่างๆ ของร่างกาย เพื่อส่งผ่านความร้อน ให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น

 

Shiatsuprenatal1.jpg

อยู่ไฟหลังคลอดช่วยอะไรได้บ้าง?

  1. ช่วยปรับสมดุลร่างกาย ให้เลือดลมไหลเวียนได้ดี
  2. ความร้อนจะช่วยฟื้นฟูร่างกายคุณแม่หลังคลอด ให้หายจากความอ่อนเพลียได้เร็ว
  3. ลดความปวดเมื่อยตามข้อกระดูกและช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณหลังและขาที่โดนกดทับในระหว่างตั้งครรภ์คลายตัว
  4. มดลูกเข้าอู่ได้รวดเร็วขึ้น
  5. ปากมดลูกหลังคลอดปิดเร็วขึ้น ความเสี่ยงของการติดเชื้อในโพรงมดลูกหลังคลอดจึงมีน้อยลง
  6. ลดไขมันหน้าท้อง
  7. ผิวพรรณสุขภาพดี

                วิถีชีวิตที่เร่งรีบของคนเมืองในปัจจุบัน ทำให้คุณแม่หลังคลอดบางท่านต้องรีบกลับไปทำงาน บวกกับต้องทุ่มเทความสนใจดูแลลูกน้อย จึงอาจไม่มีเวลาดูแลตัวเองมากนัก แต่ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ ปัจจุบันจึงมีเครื่องมือและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่สามารถช่วยฟื้นฟูดูแลรูปร่างและผิวพรรณของคุณแม่หลังคลอดเกิดขึ้นมากมาย อย่างการทำ Thermage FLX Body Tip ที่ช่วยให้รูปร่างของคุณแม่กระชับและได้สัดส่วนในเวลาอันสั้น นอกจากนี้ยังมีนวัตกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจ คุณแม่หลังคลอดท่านใดมีปัญหารูปร่างไม่เข้าที่ หน้าท้องหย่อนคล้อย หรือผิวพรรณไม่เรียบเนียน ต้องติดตาม

นวัตกรรมตัวช่วยที่ทำให้รูปร่างและผิวพรรณของคุณแม่หลังคลอดฟื้นฟูได้เร็วขึ้น

                นอกจากการอยู่ไฟหลังคลอดแล้ว คุณแม่สามารถใช้นวัตกรรมความงามร่วมด้วย เพื่อช่วยให้รูปร่างกระชับและผิวพรรณของคุณแม่ฟื้นฟูสภาพ เปล่งปลั่ง ผ่องใส กลับคืนสู่สภาพก่อนตั้งครรภ์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

 

Tip หน้าท้องยุบไวหลังคลอด : Thermage FLX Body Tip (เทอร์มาจ กระชับสัดส่วน นวัตกรรมใหม่ล่าสุด) 

ปล่อยพลังงานลงลึกสู่ชั้นใต้ผิวหนัง จัดการบริเวณที่มีไขมันหนา อย่างหน้าท้องของคุณแม่หลังคลอดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

หัวทิปขนาดใหญ่ และใช้หลักการสั่นสะเทือนแบบกระจายตัว จึงทำให้รู้สึกสบายผิวขณะทำ

8329.png

9999999999999_3.png

 

Tip กระชับสัดส่วนหลังคลอด แบบไม่ต้องผ่าตัด : INDIBA DEEP CARE

สลายกำจัดไขมันชั้นลึก พร้อมฟื้นฟูสภาพผิวที่หย่อนคล้อยได้ดี จึงเหมาะกับการใช้กระชับสัดส่วนคุณแม่หลังคลอดอย่างมาก และยังสามารถสลายไขมันในช่องท้องที่สะสมมานานได้ด้วย

กระตุ้นคอลลาเจนและอิลาสตินในผิว ให้ผิวเกิดความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น

7179.png

9999999999999_3.png

 

Tip ลดสัดส่วน พร้อมแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยให้กระชับเรียบเนียน : Ultrafirm3deep 

ลดเซลลูไลท์ กระชับสัดส่วน

ช่วยลดอาการบวมช้ำหลังผ่าตัดทุกประเภท

เหมาะกับการกระชับสัดส่วนหลังคลอด

2622.jpg

9999999999999_3.png

 

Tip เคลียร์ผิวหน้าท้อง ไร้รอยแตกลาย : Smooth Plus

ใช้เทคโนโลยีคลื่นวิทยุลึกลงในชั้นผิว ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน จึงจัดการกับรอยแตกลายได้ดี

เหมาะกับคุณแม่หลังคลอดที่มักมีปัญหาหน้าท้องแตกลาย

2614.jpg

9999999999999_3.png

Credit ภาพ : lompai.de, melanieshanti.ca

category: 

เกิดอะไรขึ้นกับผิว เมื่อต้องเผชิญกับฝุ่น PM2.5

10_2.jpg

PM2.5 คืออะไร

ฝุ่นละอองขนาดเล็กที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่า 2.5 ไมครอน หรือมีขนาดเพียง 1 ใน 25 ของขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผมมนุษย์เท่านั้น โดยเจ้าฝุ่นชนิดนี้เกิดได้จากการเผาไหม้ของโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อุตสาหกรรมการผลิตและสารเคมีต่างๆ การเผาไหม้ของเชื้อเพลิงในรถยนต์ และการผลิตไฟฟ้า สามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ปอด และกระแสเลือดโดยตรง หากรับในปริมาณมาก อาจเสี่ยงโรคหัวใจ หลอดเลือด ถุงลมโป่งพอง ปอดอักเสบ เยื่อบุตาอักเสบ อัลไซเมอร์ และอาจทำให้คนตั้งครรภ์เสี่ยงคลอดก่อนกำหนด นอกจากนี้ยังสามารถแทรกซึมเข้าสู่ผิวหนัง จนทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองอีกด้วย

 

85745216-1-750x400.jpg

อันตรายของฝุ่น PM2.5 ต่อผิว

  • ผิวหนังอักเสบ และโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

ผลที่เห็นได้ชัดเจนทันที หลังจากผิวหนังได้รับฝุ่น PM2.5 คืออาการแพ้และระคายเคืองเป็นผื่นแดง ส่วนในระยะยาว ฝุ่นจะแทรกตัวผ่านเซลล์ผิวและทำลายผิว ทำให้เกิดผิวอักเสบได้ง่าย

  • ผิวเหี่ยวย่น

ทำลายโครงสร้างผิว ทำให้คอลลาเจนใต้ผิวเสื่อมเร็วขึ้น จนผิวเกิดริ้วรอย เกิดการหย่อนคล้อย ทำผิวแก่ก่อนวัย

  • ฝ้า กระ จุดด่างดำ

กระตุ้นให้เม็ดสีผิวทำงานมากกว่าปกติ จนทำให้เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำได้ง่ายกว่าสภาวะอากาศปกติ

  • สิวอุดตัน

ฝุ่น PM2.5 จะทำปฏิกิริยาออกซิเดชั่นกับผิวหนัง กับน้ำมันที่เคลือบบนผิวหนัง จนกระบวนการผลัดเซลล์ผิวทำงานได้แย่ลง ทำให้เกิดเซลล์ผิวตกค้างบนผิวหน้า จนเกิดสิวอุดตันในที่สุด

 

ผิวสวยสู้ฝุ่น ด้วยการดูแลผิวหลังสัมผัสฝุ่น PM2.5

1. เลือกครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติปกป้องผิวจากมลภาวะ PM2.5

2. รับประทานผักผลไม้ เพิ่มวิตามินให้ผิวแข็งแรง มีภูมิต้านทานมลภาวะมากขึ้น

3. งดสูบบุหรี่ ป้องกันไม่ให้เซลล์ผิวขาดออกซิเจน จนเลือดไม่ไหลเวียน ทำให้ผิวแห้ง และเหี่ยวย่น

4. ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวพรรณ

 

นิว jet peel 6054316377133.LINE.jpg

5. ล้างหน้าให้สะอาดหมดจดและล้ำลึก ด้วยนวัตกรรม O2Jetpeel การกรอผิวโดยใช้แรงดันน้ำที่ใช้แรงดันอากาศความเร็วสูง ที่มีความเร็ว 200 เมตรต่อวินาที ส่งผ่านออกซิเจนบริสุทธิ์ 99% พร้อมวิตามินสู่ผิวหน้า เป็นเทคโนโลยีการผลัดเซลล์ผิวที่ถูกพัฒนาให้มีความอ่อนโยนต่อผิวมากที่สุด แต่มีประสิทธิภาพสูงสุด สามารถกำจัดสิ่งสกปรกในสภาพอากาศที่เต็มไปด้วยฝุ่นและมลพิษที่อุดตันภายในรูขุมขนได้อย่างล้ำลึก พร้อมกำจัดแบคทีเรีย ลดการอักเสบของสิว ขจัดต้นเหตุของการเกิดสิว ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและการสร้างเซลล์ผิวใหม่

 

3244_0.jpg

6. บำรุงผิวหน้าด้วย Mesoscience Skeyndor เมโสเธอราปีแบบไร้เข็ม เป็นเทคนิคการผลักวิตามินบำรุงผิวสู่ผิวหนังชั้นลึกโดยไม่ใช้เข็ม จึงเพิ่มความปลอดภัย ไม่ทำให้รู้สึกเจ็บ ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวและระบบไหลเวียน ให้วิตามินและตัวยาถูกดูดซึมเข้าสู่เซลล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยบำรุงผิวหน้าให้ตึงกระชับอย่างเร่งด่วน เหมาะกับใช้ในการกู้วิกฤตผิวในสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ของประเทศไทยตอน+นี้มากที่สุด

Credit ภาพ : ourhealthweb.com, greenpeace.org

category: 

Pages